อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมเล่าเรื่องของเกร็กให้คุณฟัง ก็เพราะเกร็กสามารถขายตั๋วให้กับรัฐบาลแคลิฟอร์เนียได้ ยิ่งเกร็กมีโรงเรียนมากขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งขายตั๋วของเขาได้มากเท่านั้น ครูแต่ละคนขายตั๋วได้เพียงคนละใบจากแรงงานและเวลาที่พวกเขามีเพื่อแลกกับเงิน แต่เกร็กสามารถขายตั๋วได้ทีเดียวพร้อมๆ กันหลายๆ ใบ และนั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะบอก ยิ่งคุณขายตั๋ว (สินค้าและบริการ) ของคุณได้มากเท่าใด คุณก็ยิ่งสร้างรายได้ได้มากเท่านั้น
ในธุรกิจภาพยนตร์ ดาราคนใดที่สามารถขายตั๋วได้มากกว่า ดาราคนนั้นจะมีรายได้ (ค่าตัว) สูงกว่า เช่นเดียวกันกับในวงการเพลง นักร้องคนไหนสามารถขายอนุพันธ์ของตัวเองแทงบอลออนไลน์ (ซีดี ตั๋วคอนเสริ์ต เพลงดาวน์โหลดได้มากกว่า ก็มีรายได้ที่มากกว่าเช่นกัน ในวงการกีฬา ผู้จัดกีฬารายการดังๆ อาทิ ซูเปอร์โบวล์หรือวิมเบิลดัน สามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำเพราะอะไร ก็เพราะพวกเขาขายตั๋วและลิขสิทธิ์ถ่ายทอดได้มากกว่ารายการกีฬาอื่นๆ นั่นเอง กลับมามองที่ตัวคุณเอง หากคุณไม่สามารถขาย “ตั๋ว” (อนุพันธ์ของตัวคุณ) ได้ คุณก็ทำได้แค่ขายแรงงาน ผมสามารถขาย “ตั๋ว” ในรูปแบบของหนังสือ เกม และกิจกรรมต่างๆ ซึ่งทั้งหมดเป็นอนุพันธ์ของตัวผม ความสามารถในการขาย “ตั๋ว” นี่เองที่ทำให้ผมยังคงมีสภาวะทางการเงินที่ดี แม้ในช่วงที่เกิดวิกฤติการณ์
เรื่องเล่าของครูสองคน ตอนจบ
เรื่องเล่าของครูสองคน ตอนที่..4
เหตุผลหนึ่งที่ผมเล่าเรื่องของเกร็ก ก็เพื่อต้องการจะเล่าความแตกต่างระหว่างตัวเขากับครูที่เขาจ้างมาทำงานให้ แทงบอลความแตกต่างอย่างหนึ่งที่แฝงอยู่ระหว่างคนสองกลุ่มก็คือคำว่า “ขาย” สำหรับครูส่วนใหญ่ พวกเขามักคิดเสมอว่าการนำธุรกิจมาพัวพันกับการศึกษา หรือการ “ขาย” ความรู้นั้น เป็นเรื่องที่ขัดต่อจิตวิญญาณส่วนลึกของพวกเขาอย่างมาก แต่เกร็กมองตรงกันข้าม เขามองว่าหากเขาไม่สามารถขายได้ ครูเหล่านั้นก็คงไม่มีค่าจ้างไว้เลี้ยงดูชีวิตตัวเอง
เกร็กยังรู้อีกด้วยว่า ยิ่งเขาขายได้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งทำเงินได้มากเท่านั้น ซึ่งนั่นทำให้เขาสามารถเปิดโรงเรียนเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ให้มีโรงเรียนได้เรียนหนังสือ และยังได้ช่วยให้คุณครูทั้งหลายมีงานทำด้วย เกร็กรู้ดีว่าครูที่ดีต้องเป็นอย่างไร เพราะตัวเขาเองก็เป็นครูเหมือนกัน แต่ด้วยเหตุที่เขาและคุณครูที่เป็นลูกจ้างของเขาอยู่กับคนละด้านของเงินสี่ด้าน นั่นทำให้พวกเขาคิดแตกต่างกัน อันที่จริงแล้วพวกเขาคิดตรงกันข้ามกันเลยด้วยซ้ำ
เรื่องเล่าของครูสองคน ตอนที่..3
สำหรับคนส่วนใหญ่ คำว่า “ขาย” เป็นคำที่น่าขยะแขยง พ่อจนของผมเคยพูดถึงขนาดว่า งานขายเป็นงานที่ต่ำและน่าสะอิดสะเอียน ในมุมมองของผู้มีความรู้และผู้มีการศึกษาสูง คำว่า “งายขาย” ถือเป็นงานที่ไม่เป็นที่ยอมรับคนทั่วไปมองนักขายว่าเป็นคนอีกระดับชั้นหนึ่ง ตรงกันข้ามกับพ่อรวยของผมที่บอกว่า “งานขาย” คือหัวใจของความสำเร็จสำหรับผู้ประกอบการทุกคน
ความคิดเห็นจากผู้อ่าน
สำหรับฉัน งานขายเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล จริงๆ แล้วเราทุกคนเป็นนักแทงบอลออนไลน์ขายด้วยกันทั้งนั้น เราขาย (ชักชวน) เพื่อนให้ไปดูหนังหรือกินอาหารร้านที่เราชอบ เราขาย (กล่อม) ให้สามีช่วยนำขยะไปเท เราขาย (สอน) ลูกๆ ให้ประพฤติปฏิบัติในจริยธรรมอันดี และที่สำคัญ เรายังมักขายตัวเองเสมอว่า ทำไมเราจึงควรซื้อเสื้อผ้าชุดนั้นชุดนี้ อย่างไรก็ดีคำว่า “ขาย” กลายเป็นคำที่ไม่ดี เมื่อมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่อยากให้ทุกคนคิดสักนิดก็คือ เราจะอยู่กันอย่างไรหากไม่มีการขายบนโลกนี้ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีที่เราเป็นเจ้าของในวันนี้ ก็มาจากการที่มีคนนำของเหล่านั้นมาขายทั้งสิ้น เราไม่มีทางที่จะผลิตหรือสร้างทุกอย่างที่ตัวเราต้องการได้ทั้งหมดหรอก และนั่นคือความจำเป็นที่ต้องมีการขาย รู้อย่างนี้แล้วก็เลิกมองการขายในแง่ไม่ดีกันเสียที
เรื่องเล่าของครูสองคน ตอนที่..2
ผมพบเกร็กครั้งแรกตอนเขาอายุได้ 19 ปี ทุกวันนี้เขากลายเป็นเศรษฐีด้วยอายุเพียง 33 ปีเท่านั้น เกร็กอบพูดแทงบอลออนไลน์อำคนรู้จักเสมอว่าเขาจบ PhD ที่คนส่วนใหญ่หมายถึงการเรียนจบระดับปริญญาเอก (Doctor of Philosophy) แต่สำหรับเกร็ก PhD ของเขาหมายถึง การศึกษาระดับโรงเรียนมัธยมสาธารณะ (Public high (school) Degree) ตรงกันข้ามกับครูที่เกร็กจ้างมา ทำงาน คนเหล่านั้นเรียนจบปริญญาเอกจริงๆ และนี่เองที่บางครั้งเป็นปัญหากระทบกันบ้างทางความคิดระหว่างเกร็กกับลูกจ้างของเขา เกร็กฝันที่จะเป็นเจ้าของโรงเรียนอีกสิบสองแห่ง และจะจ้างครูอีกนับร้อยเพื่อมาทำงานให้ เพื่อที่จะได้สอนนักเรียนด้อยโอกาสได้เพิ่มขึ้นเป็นหลักพันคน แน่นอนเหลือเกินว่าบรรดาครูลูกจ้างของเกร็กคงไม่มีใครฝันเหมือนกันกับเขา
นักเขียนหนังสือขายดี ไม่จำเป็นต้องเขียนหนังสือได้ดี
หลายปีก่อน หนังสือพิมพ์หัวหลักลงบทความเกี่ยวกับผม แทงบอลโจมตีอาชีพเก่าของผมว่าเป็นเพียงเซลล์แมนขายเครื่องถ่ายเอกสาร พวกเขาตั้งคำถามขึ้นหัวบทความว่า “คนขายเครื่องถ่ายเอกสารกลายมาเป็นนักเขียนหนังสือขายดีได้อย่างไร” ผมเองก็ยอมรับว่าพวกเหล่าบรรณาธิการน่าจะมีความรู้ความสามารถในการเขียนได้ดีกว่าผม แต่พวกเขาคงเข้าใจอะไรผิดๆ เกี่ยวกับคำว่า ผู้เขียนหนังสือขายดี กันไปบ้าง เพราะในหนังสือ พ่อรวยสอนลูก ผมก็บอกไปแล้วว่า ผมไม่ใช่ คนที่เขียนหนังสือได้ดี แต่ผมเป็น คนเขียนหนังสือที่ขายดี และโลกนี้ก็มีคนจำนวนมากที่เขียนหนังสือได้ดีsbobet แต่น่าเสียดายที่หนังสือของพวกเขา ขายไม่ดี